โรงเรียนบ้านหนองทะลอก ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2502โดยการนำของผู้ใหญ่บ้านหนองทะลอก และราษฎรชาวบ้านหนองทะลอก ร่วมกันจัดหาวัสดุก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราว
ทรงปั้นหยา หลังคามุงหญ้าคาไม่มีพื้น ใช้ไม้กระดานฝังเหล็ก เป็นโต๊ะม้านั่งแทน ขนาดตัวอาคารกว้าง 6 เมตร ยาว18 เมตร งบประมาณก่อสร้างทั้งหมด 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)
โรงเรียนบ้านหนองทะลอกมีเนื้อที่ทั้งสิ้น 8 ไร่ 3 งาน 47ตารางวา (น.ส.3ก เลขที่560 วันที่ 3 กันยายน 2530)
นายเชื้อ เพชรช่อ นายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ มอบหมายให้ นายเสถียร ณ ภัทรมูล ศึกษาธิการอำเภอเมืองบุรีรัมย์ กับนายถวิล ศรีรังกูล เป็นผู้รับมอบ และดำเนินการเปิด โดยให้นามโรงเรียนนี้ว่า
“ โรงเรียนบ้านหนองทะลอก”โดยเปิดทำการสอนตั้งแต่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ มีนักเรียนทั้งสิ้น 84 คน โดยมี นายอุ อักษรณรงค์ เป็นครูใหญ่
ต่อมาชาวบ้านหนองทะลอกได้ร่วมกันจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ขนาด 3 ห้องเรียนตามแบบ ป.1 ช พื้นไม้ ผนังกระดานฝาหลังคามุงสังกะสี (การเปลี่ยนแปลงครั้งแรกถึงปัจจุบัน ต่อมาทางโรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณการก่อสร้างอาคารเรียนถาวรแบบ ป.1 ฉ แบบอาคารเรียนถาวรครึ่งไม้ครึ่งตึก จำนวน 1 หลัง 4 ห้องเรียน งบประมาณ 464,000 บาท เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2522
“ โรงเรียนบ้านหนองทะลอก น้อมนำพระบรมราโชบาย
ในหลวงรัชกาลที่ 10
สู่โรงเรียนคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ ”
1. น้อมนำพระบรมราโชบายในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่ห้องเรียนคุณภาพ
2. คณะครูและบุคลากรทางการศึกษานำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอ
เพียงสู่การจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ
3. นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ
4. ครูมีคุณภาพได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานวิชาชีพ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้
1.มีคุณธรรม จริยธธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณด่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธ ศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ ยืดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโน๊โลยีและมีทักษะชีวิต
3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัยและรักการออกกำลังกาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกดรอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข